| กลยุทธ์การลงทุน (23/3/52) by ZMICO มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุน SET แกว่งตัวขึ้น ภาวะ ตลาดวานนี้ SET ดีดตัวตั้งแต่เปิดตลาด ด้วยอานิสงส์หุ้นในกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดีดตัวกว่า 7% กลับมายืนเหนือ 50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล แต่ยังไม่อาจผ่านแนวต้านบริเวณ 430 จุดไปได้ (จุดสูงสุด 431.92 จุด) เลยมีแรงขายทำกำไรในช่วงบ่ายหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ SET บวกเพียง 1.92 จุด ปิดที่ 429.64 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8,090 ล้านบาท แต่พัฒนาการด้านบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้ SET เพิ่มขึ้น 1.14%WoW ภาวะตลาดวันนี้ SET ยังเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวขึ้น จากแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังอยู่ในกรอบจำกัด และการซื้อขายระหว่างวันอาจผันผวน จากความพยายามที่จะฝ่าแนวต้านบริเวณ 430 จุด (หากผ่านไปได้ แนวต้านถัดไป 434 และ 440 จุดตามลำดับ) หากมีแรงขายที่บริเวณดังกล่าว ให้รอจังหวะการอ่อนตัวซื้อเพื่อการเก็งกำไร โดยมีแนวรับบริเวณ 420 – 425 จุด การลงทุนยังให้เน้นหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคในประเทศ อาทิ กลุ่มธนาคาร (SCB, BBL, TCAP) กลุ่มค้าปลีก (CPALL) และกลุ่มสื่อสาร (ADVANC) ปัจจัยหนุนตลาดสัปดาห์นี้ + มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดการซื้อสินทรัพย์เสี่ยงจากบัญชีงบดุลของ สถาบันการเงิน และการพิจารณายกเลิกมาตรฐานบัญชี mark-to-market เป็นการชั่วคราว + เม็ดเงินเศรษฐกิจกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก ผ่านโครงการ “เช็คช่วยชาติ” จะถึงมือผู้ได้รับสิทธิในวันที่ 26 มี.ค. + รัฐบาลเตรียมประกาศพระราชกฤษฎีกา ขยายเวลาการใช้มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ออกไปถึง 28 มี.ค. 53 + คาดการณ์แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบัน เพื่อหนุนราคาในช่วงก่อนปิดไตรมาส +/- ผ่านพ้นไปด้วยดี สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ และรัฐมนตรีรวม 5 ท่าน ด้วยคะแนนเสียงไว้วางใจ 246 เสียง (ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล หักประธานสภาฯ และ ส.ส. ที่เป็นรัฐมนตรีมีทั้งสิ้น 238 เสียง) ยกเว้นคุณกษิต ภิรมย์ รมว. การต่างประเทศ ที่ได้คะแนนเพียงแค่ 237 เสียง ในขณะที่ผลการสำรวจของ ABAC Poll ความนิยมต่อนายกฯ อภิสิทธิ์อยู่ที่ระดับ 50.6% เท่านั้น สัปดาห์นี้ต้องจับตาการเคลื่อนไหวใหญ่ของกลุ่ม นปช. ในวันที่ 26 มี.ค. เราไม่คาดว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เราเพิ่งปรับลด อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปี 52 ลงเป็น -3.5% หลังเศรษฐกิจโลกชะลอตัวเร็วและแรงกว่าคาด โดยคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของวัฏจักรเศรษฐกิจใน 4Q51 ดังนั้น เวลาที่เหมาะสมสำหรับการสะสมหุ้นเพื่อการลงทุน จึงน่าจะเป็นช่วง 3Q52 ประเด็นสำคัญ ตลาด สหรัฐร่วงต่อ หลังแผนเฟดไม่เป็นไปตามคาด ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 122.42 จุด ปิดที่ 7,278.38 จุด ยังมีแรงขายหุ้นในกลุ่มการเงินต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังมีการยื่นเรื่องของรับเงินกู้ในโครงการ TALF ไม่ถึง 2.5% ของวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐที่เฟดประกาศไว้ ราคาน้ำมันร่วง จากแรงขายทำกำไร ราคาน้ำมันในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. ลดลง 0.55 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ปิดที่ 51.06 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล โดยผันผวนตลอดวัน เนื่องจากเป็นวันครบกำหนดส่งมอบ และเทรดเดอร์ไม่มั่นใจว่า ราคาน้ำมันดิบจะสามารถไต่ขึ้นได้ในช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย 3.47 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 51.61 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำก็เพิ่มขึ้น 18 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ปิดที่ 958.60 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันยังเป็นไปตาม คาดการณ์ของเรา โดยราคาน้ำมันน่าจะเห็นจุดต่ำสุดใน 1Q52 หลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มมีผล และจะค่อยๆ ปรับขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปี ดังนั้น สมมติฐานราคาน้ำมันของเราที่ 55 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลในปี 52 (มากกว่าคาดการณ์ตลาด 10%) จึงยังมีความเป็นไปได้ ดังนั้น เราจึงแนะนำให้ซื้อเก็งกำไร PTTEP, TOP, BCP และ SGP ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 119 บาท, 27 บาท, 10.40 บาท และ 6.6 บาท ตามลำดับ | ||||
|
| |||
เมนู
Categories
- ข่าวห้องค้า (8)
- น้ำมันดิบ (2)
- ปฏิทินหุ้น (1)
- เศรษฐกิจโลก (2)
- หุ้น (1)
- หุ้นกู้ (1)
- หุ้นไทย (4)
- หุ้นสหรัฐ (3)
อ่านข่าวออนไลน์
23 มีนาคม 2552
กลยุทธ์การลงทุน (23/3/52)
โดย
Mboy
เวลา
10:08
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น