ข่าวห้องค้า :
นิปปอนแพ็คปันผลหุ้นละ 2 บ.
บริษัท นิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2552 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 10 มี.ค.2552 มีมติเห็นสมควรนำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาจ่ายเงินปันผลประจำปี 2551 เนื่องจากบริษัทมีผลประกอบการที่เป็นกำไร และมีสภาพคล่องดี จึงเห็นควรให้จ่ายเงินปันผลประจำปี 2551 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท และปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิรับเงินปันผลวันที่ 4 พ.ค.2552 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พ.ค.2552 ทั้งนี้กำหนดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 ในวันที่ 21 เม.ย.2552 เวลา 14.00 น. ณ โรงแรมนารายณ์ ห้องเชียงแสน
ซิโน-ไทยลงนามรับงานก่อสร้าง
บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า บริษัทได้ลงนามสัญญากับ บริษัท สยามเลเท็กซ์สังเคราะห์ จำกัด จ้างงานโครงการก่อสร้าง S1600 General Mechanical Work For Specialty Elastomer Trains III (สัญญาเลขที่ 834/REV.0 ลงวันที่ 20 ก.พ.2552) มูลค่าโครงการ 544.844 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) งานก่อสร้างดังกล่าว เป็นงานติดตั้งเครื่องจักรและงานด้านเครื่องกล โดยมีระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.2552 - 3 ก.ย.2553
ประธานบอร์ดยูไนเต็ดลาออก
บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า บริษัทได้รับหนังสือแจ้งการลาออกของ ดร.ประภา วิริยประไพกิจ จากการเป็นประธานกรรมการ และกรรมการบริษัท เนื่องจากมีโรคประจำตัว ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทฯ ได้โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.2552 เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทรับทราบการลาออกดังกล่าว และจะนำเรื่องดังกล่าวพิจารณาในการประชุมของคณะกรรมการบริษัท ในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อสรรหาบุคคลที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งดังกล่าว
ไมเนอร์แจงผลใช้สิทธิอีสป-วอร์แรนท์
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ตามที่บริษัทได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท 123.8 ล้านหน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท และหรือบริษัทย่อยในวงจำกัด โครงการ 2 ซึ่งได้ดำเนินการจัดสรรแล้ว 2 ครั้ง รวม 92,670,000 หน่วย มีกำหนดระยะเวลาการใช้สิทธิปีละ 12 ครั้ง ทุกๆ วันทำการสุดท้ายของเดือน ถึงเดือนม.ค.2554 โดยมีอัตราส่วนการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ต่อ 1.12645 หุ้นสามัญ ในราคา 2.645 บาท (หลังการเปลี่ยนแปลงอัตราการใช้สิทธิ) บริษัทได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจำนวน 20 ล้านหน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท และหรือบริษัทย่อยในวงจำกัด โครงการ 3 ซึ่งได้ดำเนินการจัดสรรแล้วจำนวน 12,254,967 หน่วย มีกำหนดระยะเวลาการใช้สิทธิปีละ 12 ครั้ง ทุกๆ วันทำการสุดท้ายของเดือน ถึงเดือนพ.ย.2555 โดยมีอัตราส่วนการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ต่อ 1.1 หุ้นสามัญ ในราคา 8.918 บาท (หลังการเปลี่ยนแปลงอัตราการใช้สิทธิ)
การใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ (ESOP) โครงการ 2 โครงการ 3 งวดวันที่ 27 ก.พ.2552 บริษัทขอแจ้งว่ามีผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิมายื่นใช้สิทธิดังกล่าว โดยมีผู้ยื่นขอใช้สิทธิ 4 ราย ซึ่งมี 4 ราย ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญ โดยมีจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่ขอใช้สิทธิและได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญ 1,096,000 หน่วย ซึ่งจำนวนหุ้นสามัญที่ได้รับจากการใช้สิทธิ 1,234,400 หุ้น
ส่วนราคาการใช้สิทธิ 2.645 บาท รวมเป็นเงิน 3,254,988 บาท ดังนั้นจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิคงเหลือ ได้แก่ ยอดสะสมของจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่ขอใช้สิทธิจนถึงการใช้สิทธิครั้งนี้ 67,751,000 หน่วย ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรรแล้วแต่ยังไม่ได้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ 24,919,000 หน่วย และใบสำคัญแสดงสิทธิที่ยังไม่ได้จัดสรร 31,130,000 หน่วย ส่วนจำนวนหุ้นสามัญคงเหลือ 25,120,800 หุ้น เพื่อรองรับการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งต่อไป
ไทยเกรียงเลื่อนส่งงบปี 2551
บริษัท ไทยเกรียง กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตามที่บริษัทมีกำหนดต้องส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2551 ภายในวันที่ 2 มี.ค.2552 โดยบริษัทได้ทำเรื่องขอยื่นงบล่าช้าเป็นวันที่ 10 มี.ค.2552 นั้น เนื่องจากขณะนี้ บริษัทยังไม่สามารถจัดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบได้ภายในวันที่ 10 มีนาคม 2552 ดังนั้นบริษัทจึงขอขยายระยะเวลาการนำส่งงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2551 ดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 13 มี.ค.2552
ที่มา:นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
เมนู
Categories
- ข่าวห้องค้า (8)
- น้ำมันดิบ (2)
- ปฏิทินหุ้น (1)
- เศรษฐกิจโลก (2)
- หุ้น (1)
- หุ้นกู้ (1)
- หุ้นไทย (4)
- หุ้นสหรัฐ (3)
อ่านข่าวออนไลน์
12 มีนาคม 2552
ข่าวห้องค้า
โดย
Mboy
เวลา
10:04
0
ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ข่าวห้องค้า
10 มีนาคม 2552
จับตาหุ้นเด่นวันนี้ 10-2-52
STOCKFOCUS: จับตาหุ้นเด่นวันนี้
*ROBINS
-ผู้บริหาร เผยปี 52 ตั้งงบลงทุน 1.36 พันลบ.ขยาย 2 สาขา-ปรับปรุงสาขาเดิม เตรียมจัดโปรโมชั่นรับการใช้เช็คเงินสด 2,000 บาท
*TWZ
-เอ็มดี หวังปี 52 กำไรฟื้นกลับมาดีเท่าปี 50 ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 4.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3.3 พันล้านบาทในปี 51 พร้อมแตกไลน์ธุรกิจใหม่รับผลิตโทรมือถือ
*MAJOR
-ประธานกรรมการบริหาร ระบุว่าปี 52 ยังเดินหน้าลงทุน 1,000 ล้านบาทขยายสาขาโรงภาพยนตร์ 3 สาขา พร้อมทั้งขยายธุรกิจโบว์ลิ่งไปยังประเทศอินเดียตามแผนงาน อัดกิจกรรมการตลาดถี่ควบขายตั๋วล่วงหน้ากระตุ้นรายได้ งัดกลยุทธ์เพิ่มราคา 10% โรงเฉพาะเรื่อง มั่นใจสิ้นปีโกยยอดขายตั๋วแตะ 30 ล้าน
*LVT
-คาดรายได้ปี 52 น่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 1.37 พันล้านบาท จาก Backlog ราว 2 พันล้านบาททยอยรับรู้ฯปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท เตรียมเข้าประมูลงานต่อเนื่องโดยเฉพาะในต่างประเทศหวังได้งานใหม่ไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท
*GSTEEL
-มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือเครือองค์กรและหุ้นกู้ประเภทไม่มีหลักประกันไม่ด้อยสิทธิของ GSTEEL สู่ระดับ Caa3 จาก Caa1 แนวโน้มเครดิตยังเป็นลบ
*MINT
-ปรับแผนลงทุน 5 ปี (ปี 52-56) วงเงิน 1.14 หมื่นล้านบาท ปีนี้ใช้งบลงทุน 4.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากแผนเดิมที่คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 3.8 พันล้านบาท ส่วนใหญ่จะใช้ในธุรกิจโรงแรม 2.6 พันล้านบาท ธุรกิจที่อยู่อาศัย 800 ล้านบาท และ ธุรกิจอาหาร 900 ล้านบาท
*TK
-ผู้บริหารยอมรับกังวลกำไรสุทธิในปี 52 อาจลดลงจากปีก่อนตามแนวโน้มธุรกิจรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ กำลังเจรจาซื้อพอร์ตสินเชื่อมาบริหารราว 1 พันล้านบาท
*PERM
-บอร์ดรับข้อเสนอ"ยุทธพงษ์ เสรีดีเลิศ"ที่ส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมการ เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา 9 เม.ย.นี้
*AMC
-นายชูศักดิ์ ยงวงศ์ไพบูลย์ ผู้บริหาร และนางสาวเพ็ญจันทร์ โยธินอุปไมย ขายหุ้นบิ๊กล็อตให้นายวีระชัย สุธีรชัย ในราคาหุ้นละ 1.00 บาท
ทำให้กลุ่มชูศักดิ์ เหลือถือหุ้นใน AMC ที่ 24.30% จากเดิม 33.80% ส่วนกลุ่มสุธีรชัย ถือหุ้นเพิ่มเป็น 17.86% จากเดิมที่ถือ 8.36%
*QH
-"ควอลิตี้ เฮ้าส์" เสนอขายหุ้นกู้ผ่าน 3 แบงก์ "กรุงเทพ-ไทยพาณิชย์-ทหารไทย" ชูดอกเบี้ย 5.30% ต่อปีพร้อมเปิดให้นักลงทุนจองซื้อระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค.นี้ นำเงินชำระคืนเงินกู้ที่ต้นทุนสูงกว่าและเป็นเงินทุนหมุนเวียน
*THAI
-แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่ามีผู้ยื่นใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) บมจ. การบินไทย (THAI) รวม 11 คน โดยตัวเต็งสำคัญ 2 ราย ได้แก่ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีต รมว.พลังงาน และ นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)
-สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ยื่นหนังสือนายกรัฐมนตรีค้านย้ายบริการจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ นัดชุมนุมใหญ่เช้าวันนี้
*JTS
-บริษัทอยู่ระหว่างรอผลการประมูลงานภาครัฐ 1 งานภายในไตรมาส 1/52 หากชนะช่วยเพิ่มมูลค่า backlog จากที่มีอยู่ 2 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 51
*JAS
-ซีอีโอ เชื่อปีนี้พลิกมีกำไร 800-1,000 ล้านบาท จากที่ขาดทุนกว่า 1.2 พันล้านบาทในปี 51 ตั้งเป้ารายได้ในปี 52 ราว 7.5 พันล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ 5.3 พันล้านบาท ชูธุรกิจอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ส่ง Maxnet รุกหนักหั่นราคาต่ำสุดชิงส่วนแบ่ง
*TT&T
-บริษัทเตรียมทำแผนฟื้นฟูกิจการหากศาลเห็ฯชอบบริหารแผนเอง ประกอบด้วย 3 แนวทาง ทั้งขอลดหนี้-ยืดหนี้-แปลงหนี้เป็นทุน ศาลนัดไว้ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ แม้ว่าจะมีเจ้าหนี้เสียงข้างน้อยที่ยังไม่เห็นด้วย แต่ก็เชื่อว่าในที่สุดแล้วจะสามารถตกลงกันได้
*AH
-ปีนี้รายได้และกำไรจะลดลง 25-30% ตามภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่รักษาอัตรากำไรขั้นต้น ลดต้นทุนการบริหารจัดการภายใน-โละซับคอนแทรค 15-20%
*IRPC
-ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับแนวโน้มอันดับเครดิต ไออาร์พีซี เป็น "ลบ" และคงอันดับเครดิตในประเทศที่ระดับ A-(tha) และ F2(tha) สะท้อนผลงานปี 51 หนี้สินและอัตราส่วนหนี้อยู่ในระดับสูงกว่าที่คาด แนวโน้มกระแสเงินสดในอนาคตลดลง และความไม่แน่นอนของอุปสงค์เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักประกอบกับโรงกลั่นมีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน บั่นทอนฐานะการเงินคล่องตัวลดลง
*BBL, KTB
-นสพ.รายงาน “กอร์ปศักดิ์" แย้มธนาคารกรุงไทยอาจชวดออกเช็คช่วยชาติ หลังธนาคารกรุงเทพเสนอแค่ 2 บาท
*SSEC, TRU, ITD
-นสพ.รายงาน คลังชง ครม.ปรับเงื่อนไขทีโออาร์เช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน เน้นใช้รถประกอบในประเทศ 75% ลดนำเข้าเหลือ 25% พร้อมขยายเวลาส่งมอบ ระบุเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการคนไทย
*AOT
-นสพ.รายงาน ทอท.สั่งศึกษาความเหมาะสมเข้าบริหารสนามบินกระบี่ของกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) คาดแล้วเสร็จเดือนเม.ย.นี้
*PTT, IRPC, PTTCH
-นสพ.รายงาน ประธาน ส.อ.ท.เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีในเวทีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) วันที่ 18 มี.ค.ผลักดันยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองจังหวัดระยองประกาศเขตควบคุมมลพิษที่มาบตาพุด
*ACL
-นสพ.รายงาน ผู้บริหารยืนยันไม่ปรับลดเป้าสินเชื่อแม้เศรษฐกิจโลกผันผวน ปี 52 ตั้งเป้าโต 7-10% หรือคิดเป็นสินเชื่อที่ปล่อยใหม่ 4,000-5,000 ล้านบาท
*PSL
-นสพ.รายงาน PSL ยังแกร่งสวนทางธุรกิจเรือทรุด ทำสัญญาล่วงหน้า 60% หนีตาย ด้านคนในวงการเชื่อกำไรทั้งปี 2.8 พันล้านบาท แถมปันผลยังแจ่มเกิน 1 บาท สูงเกือบ 10% จ่อคิวทยอยขายเรือเก่า 22 ลำ แล้วหามือสองเข้ามาทดแทน
*TMB
-นสพ.รายงาน "แบงก์ทหารไทย"รับเละ 1.5 หมื่นล้านบาท หลังล้างพอร์ตขาย NPA-NPL จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาทให้ บสก. เตรียมเซ็นสัญญาได้เดือนเมษายนนี้ ขณะที่ TMB ตัวเบาตัวเหลือหนี้แค่ 50% เตรียมลุยปล่อยสินเชื่อใหม่ทันที
*TPOLY
-นสพ.รายงาน "เจริญ"แฉบล.บีฟิท รวมหัวต้ม TPOLY ส่งก๊วนเดียวกันเก็บหุ้นเพิ่มทุนพีพี 40 ล้านหุ้น ราคา 2.20 บาท ก่อนเปิดขายไอพีโอ จากนั้นขายทิ้งเกลี้ยงกดราคาหุ้นดิ่งเหวหลุดจองเละเทะเหลือแค่ 1.56 บาท กรรมตกที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยเดือดร้อนรับเคราะห์กันเต็มๆ
*BSEC
-นสพ.รายงาน BSEC วิ่งไม่ลืมหูลืมตา เย้ยตลาดสั่งสอบหุ้น โบรกคาดผู้ถือหุ้นใหญ่แห่เก็งกันเอง เตือนนักลงทุนรายย่อยเสี่ยงระวังติดกับราคาหุ้นพุ่งสูงเกินจริง ระวังแรงขายส่วนพื้นฐานธุรกิจดีขึ้นไล่กวดมาร์เก็ตแชร์รองจากกิมเอ็ง แต่วอลุ่มหดฉุดกำไรปีนี้ทรุดเพราะมาตรการรัฐอัดฉีดเศรษฐกิจฟื้นไม่ทันปีนี้
*PSAAP
-นสพ.รายงาน จับตา PSAAP ส่อแววถึงทางตันมีสิทธิต้องยุติการอยู่ในสภาพบริษัทจดทะเบียนหลังจากส่วนผู้ถือหุ้นในงบการเงินรวมติดลบ 118.36 ล้านบาท ด้านแหล่งข่าวจากป่องทรัพย์ หารือเครียดเร่งปรับแผนการดำเนินกิจการให้ส่วนผู้ถือหุ้นพลิกเป็นบวก ระบุอาจเข้าสู่กระบวนการแผนฟื้นฟูกิจการ ด้าน ตลท.เตรียมชี้ชะตา PSAAP วันนี้ว่าเข้าข่ายถูกเพิกถอนหรือไม่
ที่มา:IQ ข่าวหุ้น
โดย
Mboy
เวลา
09:31
0
ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ข่าวห้องค้า
ข่าวห้องค้า 10 มี.ค.52
ข่าวห้องค้า :
ชูศักดิ์ ขายหุ้นเอเซียเมทัล
บริษัทเอเซีย เมทัล แจ้งว่า ตามที่มีการซื้อขายหุ้นของบริษัทเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2552 ในลักษณะบิ๊กล็อต ผ่านตลาดหลักทรัพย์นั้น การซื้อขายดังกล่าวเป็นการแบ่งขายหุ้นของนายชูศักดิ์ ยงวงศ์ไพบูลย์ 24.6 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 5.12% ของทุนจดทะเบียน และการขายนางสาวเพ็ญจันทร์ โยธินอุปไมย 21 ล้านหุ้นคิดเป็น 4.38% ของทุนจดทะเบียนให้กับ นายวีระชัย สุธีรชัย ในราคาหุ้นละ 1 บาท
จากการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ครั้งนี้ ไม่มีผลต่อการดำเนินงานด้านการบริหาร เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจการบริหาร และเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัท
แอ๊ดคินซันแจงการลดทุน
นายสดาวุธ เตชะอุบล ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บล.แอ๊ดคินซัน ชี้แจงการลดทุนจดทะเบียนและชำระแล้วของบริษัท โดยการลดจำนวนหุ้นลง เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม 157,751,143 บาท และเพื่อคืนเงินทุนบางส่วน 1,738,144,577 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นนั้น ผู้ถือหุ้นแต่ละรายจะได้รับเงินทุนดังกล่าวคืนในอัตราหุ้นละ 0.4142 บาท ของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ก่อนการลดทุน
หลังจากการลดทุนแล้ว ผู้ถือหุ้นแต่ละรายจะถูกลดจำนวนหุ้นลงในสัดส่วนเท่ากับ 45.18% และจะมีหุ้นคงเหลือในสัดส่วน 54.82% ของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ก่อนการลดทุน
ศิครินทร์ ปันผลเพิ่ม 0.10 บาท
บริษัทศิครินทร์ แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 3/2552 เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2552 มีมติให้บริษัทจ่ายเงินปันผลประจำปี 2551 ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท เป็นเงิน 60,000,000 บาท และ ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2552 ได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท เป็นเงิน 50,000,000 บาท จึงคงเหลือเงินที่สามารถจัดสรรจ่ายเป็นเงินปันผลประจำปีได้อีกในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยจะจ่ายสำหรับผู้ถือหุ้นที่ปรากฏชื่อในทะเบียนหุ้นของบริษัท ณ วันที่ 13 พ.ค.2552 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พ.ค.2552
ฟูรูกาวาปันผลอีกหุ้นละ 0.50 บาท
บริษัท ฟูรูกาวา เม็ททัล (ไทยแลนด์) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2552 มีมติให้จ่ายเงินปันผลงวดสุดท้าย สำหรับปี 2551 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท โดยกำหนดจ่ายในวันที่ 15 พ.ค.2552 ทั้งนี้เมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งได้จ่ายไปแล้ว เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2551 รวมเป็นเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรสะสมของบริษัทสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค.2551 ให้แก่ผู้ถือหุ้นอัตราหุ้นละ 1.00 บาท
กำหนดวันให้สิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) ในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2552 รวมทั้งสิทธิ ในการรับเงินปันผลวันที่ 23 มี.ค.2552 ปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นวันที่ 24 มี.ค.2552 และกำหนดจ่ายเงินปันผลดังกล่าว ในวันที่ 15 พ.ค.2552
ต่างชาติขายหุ้นไทคอน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการจำหน่ายหุ้นบริษัทไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น โดย Capital Research and Management Company เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2552 จำนวน 0.3039% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 4.9966% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ไทยฟู้ดขายหุ้น ส.ขอนแก่น
สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งว่า ได้รับแบบรายงานการจำหน่ายหุ้นบริษัท อุตสาหกรรมอาหาร ส.ขอนแก่น โดยบริษัท ไทยฟู้ดอินดัสทรี จำกัด เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2552 จำนวน 0.06% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 5% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
โดย
Mboy
เวลา
09:28
0
ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ข่าวห้องค้า
เจาะข่าวเล่าหุ้น
คอลัมน์ : เจาะข่าวเล่าหุ้น
หนังสือพิมพ์ทันหุ้น 10/03/2009 08:56:57
ที่มา : รณกฤต สารินวงศ์
ความวิตกกังวลระลอกใหม่มาอีกแล๊ะ ก็จะมีอะไรซะอีกนอกจากเรื่องเดิมๆ สถาบันการเงินนั่นเอง เมื่อวาน HSBC ก็ถล่มหุ้นฮ่องกงไปซะเดี้ยงด้วยเรื่องการเพิ่มทุนจนนักลงทุนกังวลว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลงได้อีก ขณะที่ NIX ก็รูดเรียบร้อยโรงเรียนญี่ปุ่นไปแล้วโดยต่ำสุดในรอบ 26 ปี ส่วนยุโรปก็ถลาลงไม่แพ้กันด้วยเรื่องของพวกหุ้นสถาบันการเงินที่มีปัญหานั่นเอง ของพี่ไทย SET ก็อ่อนตัวแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนจนได้ เล่นเอาเสียววูบไปตามๆ กัน สถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆ นักลงทุนอย่าลืมที่แนะนำล่ะ ต้องป้องกันความเสี่ยงด้วย TFEX เท่านั้น ใครไม่รู้ให้ไปศึกษาโดยด่วน ก่อนที่มูลค่าเงินลงทุนจะหายไปมากกว่านี้
YNP วันนี้เริ่มที่พี่ยานเป็นตัวแรก หลังจากเฝ้าดูพฤติกรรมมา 2 วัน ก็ชักจะเข้าตากรรมการ เพราะถ้าเราดูแนวโน้มของราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาเรื่อยๆ จาก 50 ตังค์ พอแถว 30 ตังค์ก็เริ่มเห็นแรงทยอยสะสมเข้ามา สำหรับคนที่ดูกราฟเทคนิคอย่างเดียวต้องวาดภาพให้ออกว่ากำลังสร้าง W-shape ดูตามรูปที่ให้แล้วกันนะ เด็กแนวทำเป็นกราฟราย week มาให้จะเห็นว่าเกิด Double bottom ที่ 26 ตังค์ และตอนนี้ฟอร์มตัวขึ้นอย่างช้าๆ คนที่ชอบอ่านกราฟต้องบอกว่าใช่เลยจังหวะนี้คือสะสมได้ราคาต่ำไม้ต้น ยิ่งถ้าดูประกอบกับงบการเงินแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นของถูก แม้ผลประกอบการจะขาดทุนตามภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เด็กแนวดูในส่วนผู้ถือหุ้นแล้วก็ยังเห็นความแข็งแรงโดยมี Book ที่ 2 บาทเลยนั่น ส่วนกระแสเดิมเกี่ยวกับที่จะมีพาร์ทเนอร์ช่วงนี้เงียบไป แต่ถ้าลงต่ำมากๆ ก็ไม่แน่นะ ปัดฝุ่นมาเล่นพอได้อยู่ ช่วงนี้เก็งกำไรตามเทคนิคไปก่อนดูแนวต้านพอประมาณแถว 0.45 บาท
NNCL ในตลาดหุ้นเนียะ ว่ากันว่าต่อให้หุ้นดีแค่ไหนถ้าไม่มีเจ้าก็เล่นไม่สนุก ส่วน nncl ไม่รู้ว่ะจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า เพราะหุ้นนิคมด้วยกันหากเทียบการไหลลงของราคาแล้วก็คล้ายกันแต่ nncl ช่วง week ที่ผ่านมามีสัญญาณแปลกๆ คล้ายกับมีแรงรับแรงประคองไม่ให้ต่ำกว่านี้ หรือว่าทนดูไม่ได้ที่ราคาหุ้นต่ำกว่า book ที่ 1.8 บาทมากเกินไป เด็กแนวเห็นแนวโน้มกราฟของหุ้นตัวนี้แล้วประเมินว่ามีโอกาสฟื้นตัวแบบแปลกๆ และแตกต่างจากนิคมตัวอื่น แบบว่าแอบยกขึ้นมาไม่ต้องเสียงดัง ทำให้โวลุ่มจึงไม่ปูดผิดสังเกต แบบนี้แหละเค๊าเรียกว่าแอบดูดของต่ำพอใครเผลอก็กระชากไม่ทันตั้งตัว น่าสนใจอ่ะนะ ทยอยเก็บก่อนที่จะเกิดสัญญาณซื้อชัดเจนกว่านี้เมื่อเกิน 70 ตังค์ แต่ถ้าหลุด 60 ตังค์ โปรดตัดอวัยวะ
หุ้นแอบชอบ SAM ตอนนี้หุ้นเหล็กกลับมาตลุมบอลคลุกวงในเรื่อง การถูก take over กันอีกแล้ว แม้จะเป็นประเด็นเดิมแต่ก็เล่นกันได้ทุกรอบ เมื่อรายย่อยเหงามือก็เลยจับอะไรต่อมิอะไรมาเล่นกันแก้เซ็งค์ เมื่อวานราคาเริ่มเด้งสำหรับพี่แซมจนกราฟสวยจัด วันนี้แอบเก็งสั้นกันดีกว่า แนวต้าน 0.75 บาท
.....เชิญร่วมโหวต นักวิเคราะห์เจ๋งประจำปี 2552 ของสมาคมนักวิเคราะห์ ท่านสามารถเข้าไปใน web ต่างๆ ดังนี้ มีสิทธ์ได้รับรางวัลจากการร่วมโหวตด้วย โปรดเข้าไปดูได้ใน web ดังนี้ครับ
http://www.saa-thai.org/download/saa01_1.pdf เป็นรายละเอียดของการโหวต
http://www.saa-thai.org/download/saa_01_2.pdf เป็นรายชื่อนักวิเคราะห์ต่างๆ
http://www.saa-thai.org/download/retail_Investor.doc เป็นใบโหวตคะแนนเสียง รักใครชอบใครใส่กันไปไม่ต้องเม้ม แต่ใครไม่เลือก เด็กแนวให้ได้ตำแหน่งนักวิเคราะห์กลยุทธ์ยอดเยี่ยมอีกปี ....มีงอนนนนด้วย
.....ท่านสามารถส่งคำถาม มายังเด็กแนวทาง email :ronnakritsa@asl.co.th
โดย
Mboy
เวลา
09:03
0
ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ข่าวห้องค้า
09 มีนาคม 2552
บีฟิทบอมบ์หุ้น TPOLY
ในช่วง 2 เดือนเศษของปี 2552 มีหุ้นใหม่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ทั้งหมด 3 บริษัท คือ
บริษัท แอปโซลูท อิมแพค (AIM) บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) และบริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) ซึ่ง 2 ตัวแรกได้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้จองซื้อหุ้น ส่วนตัวหลังกลับสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่ผู้เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก เพราะหุ้นถูกกระหน่ำทิ้งจนราคาดิ่งลงถึง 38% เพียง 2 วันเท่านั้นนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน ซึ่งเรื่องนี้ “เจริญ จันทร์พลังศรี” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จะมาเล่าประสบการณ์อันเจ็บปวดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับรู้ในวงกว้าง...
| เจริญ จันทร์พลังศรี |
เหตุผลในการเลือก เพียงเพราะ Track Rrecord หรือผลงานที่ผ่านมาดี และค่าใช้จ่ายถูกกว่ารายอื่นๆ คงไม่เพียงพอ ตอนนี้จะต้องดูตัวบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องและดูคนที่บริหารบริษัทด้วย ทั้งฝ่ายวาณิชธนกิจและธุรกิจหลักทรัพย์ว่ามีจรรยาบรรณ มีความเป็นมืออาชีพเพียงใด
อุบัติเหตุของบริษัทที่เกิดขึ้น แสดงว่าผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บีฟิท ไม่ได้มองถึงประโยชน์ขององค์กรเป็นหลักเลย เพียงแค่ทะเลาะกันภายในบริษัท ก็ใช้ลูกค้าเป็นเหยื่อทำลายล้างกันเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดร้ายมาก รายย่อยที่จองซื้อหุ้นได้รับความเสียหายมาก
“ตอนที่บริษัทเตรียมตัวจะเข้าตลาดเดือน พ.ค. ปี 2550 เราใหม่มากสำหรับวงการนี้ ไม่รู้จักใครเลย เหวี่ยงแหถามไปเรื่อยๆ จนมีคนแนะนำบล.บีฟิท และเราก็เชิญบริษัทที่ปรึกษาอีก 3-4 แห่งมาคุย สุดท้ายก็เลือกบล.บีฟิท แม้ค่าธรรมเนียมในการเป็นที่ปรึกษาใกล้เคียงกับรายอื่น แต่ต้นทุนตอนทำไอพีโอ (เสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก) ถูกกว่า โดยคิดในอัตรา 2.75% ของมูลค่าหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด ซึ่งเขาอยู่กับเราเพียง 1 ปีเท่านั้น เพราะเราเตรียมข้อมูลและระบบบัญชีเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นมีการปรับปรุงข้อมูลเพียงเล็กน้อย ก็สามารถยื่นไฟลิงในเดือนธ.ค. 2550 และได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในเดือนมิ.ย. 2551 แต่ภาวะการลงทุนไม่เอื้อจึงเลื่อนการขายหุ้นมาเป็นปีนี้”
ส่วนการขายหุ้นในเดือนก.พ.นี้ เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท เพราะเห็นว่าเข้าตลาดหุ้นตอนนี้หรือตอนไหนก็เหมือนกัน เพราะบริษัทไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะระดมทุนได้เท่าไร หรือไม่ได้กำหนดกรอบราคาขายหุ้นเบื้องต้นเหมือนบริษัทอื่น แต่ต้องการเข้าตลาดหุ้นเพื่อให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น และสามารถตรวจสอบได้ทุกเรื่อง
“ราคาขายที่หุ้นละ 2.80 บาท ทางบล.บีฟิท ก็เป็นคนกำหนดให้เรา โดยใช้มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานที่นักวิเคราะห์หลายแห่งคาดไว้สูงกว่า 3 บาทต่อหุ้น และทางบล.บีฟิท ขอเราให้ส่วนลดแก่นักลงทุนบ้าง ซึ่งเราก็ยินดี นอกจากนี้ หุ้นที่ไอพีโอทั้งหมด 60 ล้านหุ้น ทางบล.บีฟิท ก็ขอขายเองมากกว่า 40 ล้านหุ้น เพราะบอกว่ามีลูกค้าเยอะ โดยที่โคอันเดอร์ไรท์และผู้มีอุปการคุณของบริษัทแต่ละรายได้เพียงหลักแสน หุ้นเท่านั้น”
“เจริญ” กล่าวว่า เพิ่งรู้เรื่องบล.บีฟิท ขายหุ้นไม่หมดในวันสุดท้ายของการขาย (24 ก.พ.) และไม่คิดว่าแกนนำอันเดอร์ไรท์จะขายหุ้นที่เหลือทั้งหมดกว่า 24.14 ล้านหุ้น ออกมาในวันแรก (4 ก.พ.) ซึ่งเมื่อราคาหุ้นวันนั้นปรับตัวลงแรง ผมก็ถามไปยังผู้บริหารบล.บีฟิท ก็ได้รับคำตอบว่าขายไปหมดแล้ว และยังขายหุ้นในส่วนของนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) จำนวน 3 ราย ที่บล.บีฟิท แนะนำให้เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนก่อนหน้านี้ ในราคาหุ้นละ 2.20 บาท ทั้งหมดด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ในสรุปข้อสนเทศของ TPOLY ระบุว่า ในเดือนก.พ. 2551 บริษัทเรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนจาก 260 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท เพื่อเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาหุ้นละ 2.20 บาท แต่มีผู้ถือหุ้นเดิมบางรายสละสิทธิ จึงทำให้น.ส.ขจี ถึงท่าดี ถือหุ้นเพิ่มเป็น 13,001,400 หุ้น นายปฐมพร ชื่นพาณิชย์กิจ นายวิชัย แซ่ว่อง และนายอานนท์ชัย วีระประวัติ ก็ถือหุ้นเพิ่มเป็น 10 ล้านหุ้นต่อราย
สำหรับนายอานนท์ชัย เป็นลูกค้ารายใหญ่ของบล.บีฟิท และมักจะมีชื่อติดกลุ่มได้รับจัดสรรหุ้นไอพีโอจำนวนมากในอันดับต้นๆ ของหลายบริษัท เช่น บริษัท ชูไก (CRANE) และยังถือหุ้นใหญ่บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (SECC) จำนวน 6 ล้านหุ้น หรือ 1.45% ณ วันที่ 11 ส.ค. 2551 แต่การปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดวันที่ 3 พ.ย. 2551 ไม่พบว่ามีรายชื่อติดกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว ส่วนายปฐมพร ชื่นพาณิชย์กิจ เป็นพี่น้องกับนาย ปฐมภพ ชื่นพาณิชย์กิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร (BFIT)
“เจริญ” กล่าวว่า ราคาหุ้นที่ทรุดหนักติดต่อกันเป็นวันที่ 2 และมีข่าวลือเป็นเพราะผมขายหุ้นออกนั้น ไม่เป็นความจริง และขอยืนยันว่าทั้งกลุ่มผมถือหุ้นรวม 198 ล้านหุ้น ยังไม่ได้ขายออกเลยแม้แต่หุ้นเดียว และยังฝากไว้กับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD)
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ขอให้ TSD ปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นวันที่ 4 มี.ค. เพื่อหาคำตอบเรื่องนี้ ส่วนราคาหุ้นที่กระเตื้องขึ้นในวันศุกร์ อาจจะเป็นเพราะนักลงทุนเห็นว่าราคาลงมามากแล้วจึงเข้าไปเก็บลงทุน
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรงได้สร้างความเสียหายให้แก่นักลงทุนรายย่อย จำนวนมาก และหากคนใดไม่อดทนขายหุ้นออกไปก่อนก็จะขาดทุนมาก ซึ่งมั่นใจว่าพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัท และปีนี้จะมีกำไรและรายได้สูงกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงนักวิเคราะห์ให้ราคาสูงกว่า 3 บาท น่าจะมีโอกาสให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเหนือราคาจองที่ 2.80 บาทได้
“ผมอยู่ในวงการรับเหมาก่อสร้างมานานถึง 28 ปี การแข่งขันรุนแรงมาก มีคู่ต่อสู้เยอะ แต่ต่างคนต่างทำงานกันไป ซึ่งไม่เหมือนธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งคนโหดมากๆ และเห็นว่าบุคลากรในวงการวาณิชธนกิจจะต้องมีคุณธรรม มิฉะนั้นตลาดหุ้นจะโตต่อไปไม่ได้ ซึ่งกรณีของ TPOLY เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อการขายหุ้น ไอพีโอตัวต่อไป คงไม่มีรายย่อยกล้าจองซื้อหุ้นอีกแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะเจอเกมที่โหดร้ายมากๆ แบบนี้อีกหรือไม่”
ดังนั้น เป้าหมายที่ตลาดหวังไว้ว่าปีนี้จะมีหุ้นเข้าใหม่ทั้งหมด 45 บริษัท คงจะไกลเกินฝัน เพราะนอกจากภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวยแล้ว คนในวงการนี้ยังหาเงินเข้ากระเป๋าบริษัทและลูกค้ารายใหญ่มากจนเกินไป โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเลย กรณีนี้ทั้งตลาดหลัก ทรัพย์และก.ล.ต. ไม่ควรจะปล่อยให้คนไม่ดี ลอยนวลอยู่ในตลาดทุนไทยอีกต่อไป!!!
โดย
Mboy
เวลา
09:59
0
ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ข่าวห้องค้า
จับตาหุ้นเด่นวันนี้
STOCKFOCUS: จับตาหุ้นเด่นวันนี้
*THAI
-นายกฯเผย 1-2 สัปดาห์รู้ชัดแผนฟื้นฟูการบินไทย ให้ปรับองค์กรก่อนช่วยการเงิน
-ม.ค.52 เริ่มเห็นกำไรหลังลดค่าใช้จ่าย-ตัดค่าโฆษณา
*MFEC
-"พรอมท์นาว" บ.ในเครือ MFEC รุกลูกค้ากลุ่มธนาคาร-มีแผนเข้าตลาด MAI
*NVL
-เพิ่มลงทุนซื้อเอ็นพีแอลมาบริหารเอง เหตุให้ผลตอบแทนดีกว่าสินเชื่อรถ
*BANPU
-เล็งออกหุ้นกู้ 6-7 พันลบ.ใน Q2/52, เตรียมงบลงทุน 208 ล้านเหรียญฯ
*CPALL
-ตั้งเป้าปี 52 ยอดขายโต 3-5% จาก 1.3 แสนลบ.ในปี 51
*BJC
-ชะลอแผนร่วมลงทุนในเวียดนาม/ทบทวนเป้ารายได้ปีนี้โต 10% หลังยอดขายหด
*GRAMMY
-ตั้งเป้าปี 52 รักษากำไรสุทธิ-รายได้ใกล้เคียงปีก่อน,เน้นโชว์บิซ
*BCP
-คาดปี 52 EBITDA แตะ 8.5-9 พันลบ.-ค่าการกลั่นพุ่งเป็น 8 เหรียญฯ
*BBL
-ตั้งเป้าสินเชื่อ SMEs ปีนี้โต 3% จากปี 51 หรือ 5 หมื่นลบ.
*IRP
-คาดปี 52 รายได้เพิ่มเป็น 4.7 หมื่นลบ.Net Margin สูงขึ้นจากต้นทุนลด
*PSAAP
-ดิ้นหาทางแก้ไขส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่าศูนย์ไม่ยอมถูกเพิกถอนจาดตลาดฯ
*AS
-ตั้งเป้ารายได้ปี52โต20%เล็งลงทุนธุรกิจใหม่ๆเกี่ยวเนื่องอินเตอร์เน็ต
*AOT
-นสพ.ระบุ "ปิยะพันธ์" สั่ง ทอท.ศึกษาแบ่งส่วนขยายสุวรรณภูมิเฟส 2 ลงทุนแค่อาคารผู้โดยสารและรันเวย์เส้นที่ 3 ทำก่อนใช้งบหมื่นล้านบาท ชี้ภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้อลงทุนทั้งระบบที่สูงกว่า 7 หมื่นล้านบาท
*AP
-นสพ.ระบุ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10% จากปีก่อน 9.83 พันล้านบาท ครึ่งปีแรกมีแบ็กล็อกคอนโดจ่อบุ๊ครายได้กว่า 5 พันล้านบาท 2 เดือนแรกยอดโอนไหลลื่น คาดกำไรสุทธิใกล้เคียงปีก่อนย้ำอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ใกล้เคียง 35%
*PERM
-นสพ.ระบุ แหล่งข่าววงการเงิน เผยมีความเป็นไปได้ว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ PERM อาจจะกังวลว่านายยุทธพงษ์ จะเข้ามาแบ็กดอร์บริษัท เนื่องจากนายยุทธพงษ์เอง ก็มีบริษัทที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวกับเหล็กอยู่แล้ว และอยากที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จึงใช้บริษัทเพิ่มสินฯ เป็นทางเชื่อมด้วยการเข้ามาเก็บหุ้น PERM จนมีสัดส่วนถึง 19% และสามารถส่งคนเข้ามานั่งบริหารได้ ลุ้นศาลตัดสินชี้ขาดวันนี้
*AMATA
-นสพ.ระบุ "วิบูลย์ กรมดิษฐ์" ยอมรับปีนี้ "AMATA" หืดขึ้นคอ ไม่กล้าตั้งเป้ารายได้-ยอดขายที่ดินหลัง2 เดือนแรกปีนี้ ยอดขายที่ดินไม่กระเตื้อง ไร้แววลูกค้าเซ็นสัญญาซื้อที่ดิน คาดผลประกอบการปีนี้ออกมาแย่กว่าปีก่อน ล่าสุดส่งทีมงานดอดโรดโชว์ลูกค้าญี่ปุ่นกว่า 10 ราย ที่เคยเจรจาซื้อที่ดินราว 1,000 ไร่เมื่อปีก่อน หวังดึงความเชื่อมั่นกลับมาเซ็นสัญญาซื้อที่ดินบ้างแม้ไม่มั่นใจ คาดลูกค้าไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจโลก
*NWR
-นสพ.ระบุ NWR กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีแผนรุกเข้าสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยตัวเอง จากเดิมเป็นการร่วมทุนกับผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่น เนื่องจากขณะนี้ มีที่ดินเปล่าที่ได้จากการโอนทรัพย์ชำระหนี้ของลูกหนี้การค้า ซึ่งเห็นว่ามีศักยภาพที่จะทำโครงการต่อเพื่อขายเองได้
*PTTEP
-นสพ.ระบุ ปตท.สผ.ทุ่มงบลงทุน 5 ปี กว่า 4 แสนล้าน ลงทุนใน 14 ประเทศ หวังกำลังการผลิตพุ่งแตะ 3 แสนบาร์เรลต่อวัน เปิดแผนออกหุ้นกู้ระยะยาว เสนอขายเดือนพ.ค.ของทุกปี เน้นประชาชนทั่วไปกว่า 70% หวังสร้างฐานรายย่อย ดึงแบงก์ทั้งระบบร่วมขาย เผยมีวงเงินคงเหลือออกหุ้นกู้กว่า 8.7 หมื่นล้านบาท
*FOCUS
-นสพ.ระบุ ตั้งเป้าปี 52 รายได้โต 20-30% จากปี 51 ที่บริษัททำไว้ 706 ล้านบาท เตรียมรุกงานเอกชนและรัฐเพิ่ม ชี้ผลกระทบราคาเหล็กที่ผันผวนรับรู้เกือบหมดในไตรมาส 4/51 ส่วนปี 51 คาดรายได้อยู่ที่ 700 ล้านบาทผู้บริหารเผยปัจจุบันมีงานในมือมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท รับรู้ถึงสิ้นปีนี้
*MAJOR
-นสพ.ระบุ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เปิดเผยว่า ได้ขยายธุรกิจโรงแรมที่หัวหิน 2 แห่ง คือ โรงแรมวี วิลล่า หัวหิน บูติก โฮเต็ล และวี วิลล่าส์ หัวหิน ซึ่งหลังจากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมถึงการจัดประชุมอาเซียนซัมมิตที่ผ่านมาส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวในไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
*RATCH
-นสพ.ระบุ ผู้บริหาร "นพพล มิลินทรางกูร" แย้มยังรอข้อสรุปแผน PDP อีกรอบเตรียมชงครม.เดือนมีนาคมนี้หลังความต้องการใช้ไฟฟ้าซบตามเศรษฐกิจ ส่วนผลงานปี 2552 อาจจะชะลอจากปีก่อน หมดสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากบีโอไอ แถมค่าเงินบาทผันผวนอาจขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
*NOBLE
-นสพ.ระบุ เชื่อรายได้ปีนี้วิ่งเข้าเป้า 2,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน 2,400 ล้านบาท ด้านมาร์จิ้น พุ่งสูงกว่า 37% โชว์แบ็กล็อกล้น 3,820 ล้านบาท กินยาวถึงปีหน้า ขณะที่ช่วงต้นมีนาคมประเดิมโครงการใหม่ โนเบิล รีฟอร์มมูลค่า 1,030 ล้านบาท ขายได้หมดเกลี้ยง
*ITD
-นสพ.ระบุ บริษัทไปรับงานก่อสร้างที่ดูไบร่วมกับ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ เป็นโครงการก่อสร้างคอนโดฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดูไบเวิลด์ ปรากฏว่าประสบปัญหามาก ทั้งเรื่องกฎระเบียบการเข้าเมืองที่ยุ่งยาก แรงงานจากไทยเข้าไปทำงานลำบาก ที่สำคัญยังได้รับค่าจ้างไม่เต็มจำนวน ทั้งที่โครงการก่อสร้างเสร็จไปนานแล้ว
*BH
-นสพ.ระบุ "บำรุงราษฎร์" ลดราคาแพ็กเกจเหมาจ่าย 50% จูงใจเดินสายโรดโชว์ดึง ตปท.
ที่มา : IQ ข่าวหุ้น
โดย
Mboy
เวลา
09:41
1 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ข่าวห้องค้า
ตลท.ประชุมด่วน
ผงะหุ้นไทยสภาพคล่องเหือด! ต่างชาติทิ้งแล้ว 2 แสนล้านบ.
หุ้นไทยเลือดไหลไม่หยุด ปีครึ่งนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นตัวหล่อเลี้ยงสภาพคล่อง ทั้งกองทุนเก็งกำไร นักลงทุนระยะยาว ถอนเงินลงทุนแล้วถึง 2.21 แสนล้านบาท ตัวแทนโบรกเกอร์ต่างประเทศชี้สุดเยียวยา เหตุทั้งโลกดำดิ่ง รับหุ้นไทยสภาพคล่องเหือดหนัก โวลุ่มต่ำหมื่นล้านต่อวันอยู่ลำบาก โบรกฯในประเทศ รับฝืดเต็มทีเหตุมีหุ้นแค่ 4 ตัวที่น่าลงทุน ผงะทั้งตลาดมีหุ้นต่ำกว่าบุ๊กแวลูถึง 360 บริษัท คิดเป็น 70-80 % ของทั้งตลาด
หลังเกิดวิกฤติซับไพรม์ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2551 จนกลายเป็นวิกฤติการเงินโลก จนทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย อยู่ในปัจจุบัน เหตุการณ์นี้กินเวลามาแล้ว 1 ปีกับ 7 เดือน ส่งผลกระทบให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตกต่ำประมาณ 40-50%
สำหรับตลาดหุ้นไทย"ฐานเศรษฐกิจ" ได้รวบรวมการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ พบว่า ในช่วง 1 ปี 7 เดือน มียอดขายสุทธิแล้วถึง 2.13 แสนล้านบาท ซึ่งความตกต่ำของตลาดหุ้นไทย เช่นเดียวกับหุ้นทั่วโลกนั้นยังส่งผลให้มีหุ้นถึง 360 บริษัท หรือคิดเป็นประมาณ 70% จากหุ้นทั้งตลาด 500 กว่าบริษัท ราคาปรับตัวลงต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (บุ๊กแวลู)
จากภาวะดังกล่าวทำให้ล่าสุด นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)เปิดเผยว่าสัปดาห์นี้( 9-13 มี.ค.) จะระดมความคิดเห็นจากภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน เช่น สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และชมรมบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ หาทางแก้ปัญหาเพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดในภาวการณ์ซื้อขายซบเซา
ด้านม.ล.ทองมกุฏ ทองใหญ่ ผู้อำนวยการฝ่ายค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ซิตี้คอร์ป(ประเทศไทย) ในฐานะประธานชมรมบริษัทหลักทรัพย์ต่างชาติกล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีมาตรการเสนอเพื่อฟื้นตลาดหุ้นไทย แต่มองว่าสิ่งที่น่าจะทำคือ รัฐบาลไทยจะต้องเร่งสร้างความชัดเจนของมาตรการพยุงเศรษฐกิจ และเดินหน้าให้มีผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุนได้บ้าง โดยเฉพาะนักลงทุนในประเทศ
ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดมาจากภาพใหญ่ระดับโลก ที่ไม่สามารถควบคุมได้ทำให้สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เกิดผลกระทบไปทั่วโลก โดยขณะนี้สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ทั่วโลกกำลังประเมินถึงสภาพคล่องอยู่ และล่าสุดที่ทางธนาคารเอชเอสบีซี (hsbc) ที่เพิ่มทุนไปแล้วมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นต้น ดังนั้นอาจทำให้เศรษฐกิจโลกย่ำแย่ไปอีก 1-2 ปี
อย่างไรก็ตามภาพรวมบริษัทในตลาดหุ้นไทย ไม่ได้ย่ำแย่มาก โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ถือว่ายังแข็งแกร่ง แต่การที่ต่างชาติชะลอและหยุดการซื้อขายไปนั้นเป็นปัญหาความไม่เชื่อมั่นจาก เศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาที่ออกมาแย่มากกว่า จึงทำให้นักลงทุนต่างชาติ ยังขายหุ้นไทยต่อเนื่องทั้งกองทุนบริหารความเสี่ยง (เฮดจ์ฟันด์) และนักลงทุนระยะยาว
ม.ล.ทองมกุฏ กล่าวยอมรับว่า การที่ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นซบเซาอย่างมาก เฉลี่ย 6,000-7,000 ล้านบาทต่อวัน นั้นมีผลกระทบต่อธุรกิจหลักทรัพย์แน่นอนซึ่งลูกค้าของ บล.ซิตี้คอร์ปฯ ส่วนใหญ่ชะลอและหยุดซื้อขายเช่นกัน
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวโดย มองเห็นข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ว่ายังน่าสนใจต่อการขยายฐานไปยังกลุ่มนักลงทุนระยะยาว ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นในการประชุมกับตลท. สัปดาห์หน้า สมาคมจะเสนอกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่ยังมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลใน อัตราที่สูงกว่าเงินฝาก โดยมองว่าปีนี้บจ.ทั้งตลาดให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 6-7% ต่อปี
"แม้นักลงทุนระยะยาว ซึ่งเป็นเป้าหมายใหม่ที่สมาคมนักวิเคราะห์จะเสนอที่ประชุม อาจไม่ได้สร้างสภาพคล่องให้กับตลาดได้มากนัก แต่เชื่อว่าน่าจะช่วยทดแทนนักลงทุนระยะสั้นที่หยุดซื้อขายได้ระดับหนึ่ง"
ที่มา :ฐานเศรษฐกิจ
โดย
Mboy
เวลา
09:17
0
ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ข่าวห้องค้า
เกาะติดหุ้นร้อน
- เปิดตลาดวันแรกของสัปดาห์ (2 มี.ค.) หุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เด้งขึ้นรับข่าวเข้าถือหุ้นเพิ่มในบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยวิ่งขึ้นไปถึง 45.25 บาท ก่อนจะลงมาที่ 40.50 บาท และกลับขึ้นไปใหม่ในรอบนี้ยืนที่ 42 บาท บล.กิมเอ็งคาดว่า KBANK จะต้องใช้เงินเบื้องต้นในการซื้อหุ้นครั้งนี้ไม่เกิน 7,244 ล้านบาท แต่การลงทุนในครั้งนี้จะส่งผลดีในระยะยาว เนื่องจากธนาคารจะมี รายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกัน พร้อมทั้งส่วนแบ่งผลประโยชน์จากธุรกิจประกันชีวิตที่เพิ่มขึ้น
- ราคาหุ้น บมจ.ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) และใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ หรือวอร์แรนต์ (UMS-W1) กลับมาเก็งกำไรกันอีกรอบ ตอบรับข่าวรัฐบาลจีนเตรียมส่งเสริมด้านสาธารณูปโภคภายในประเทศ ทำให้คาดการณ์สินค้า ส่งออกประเภทวัสดุก่อสร้าง เหล็ก รวมถึงถ่านหิน จะได้รับอานิสงส์ ทำให้ UMS จากที่ลงไปลึก 7.8% ขึ้นมาอยู่ที่ 8.6% และ UMS-W จาก 1.92 บาท มาที่ 2.96 บาท บล.สินเอเซีย ชี้สัญญาณเทคนิคมี แนวโน้มฟื้นตัวขึ้น แนะ "เก็งกำไร" ประเมินแนวรับที่ 8.60 บาท แนวต้านที่ 9.50 บาท ส่วน UMS-W1 ประเมินแนวรับที่ 3.30 บาท แนวต้านที่ 3.60 บาท
- หุ้น บมจ.ทุ่งคาฮาเบอร์ (THL) ไม่ตก กระแสทองคำฟีเวอร์ หลังปี"51 กลับมามีกำไรสุทธิ 111.81 ล้านบาท จากขาดทุนปี"50 ที่ 147.95 ล้านบาท ราคาปรับตัวจาก 1.44 บาทมาอยู่ที่ 1.55 บาท นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรีอยุธยา ระบุแม้สัญญาณทางเทคนิคอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ราคาปรับขึ้นแรงแล้ว จึงอาจเจอแรงขายกดดันให้ราคา อ่อนตัวลงได้ แนะนำรอซื้อที่บริเวณแนวรับ 1.44-1.42 บาท เพื่อ "เก็งกำไรระยะสั้น" หากราคาปรับขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1.55-1.56 บาท แนะนำ "ขายทำกำไร"
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
โดย
Mboy
เวลา
09:02
0
ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ข่าวห้องค้า
